รับทุบบ้าน รื้อถอน รับถมที่ รับรื้อภายใน รับรื้อบ้าน

รื้อถอน รับถมที่ รับรื้อภายใน

หยุดก่อน อย่าทุบอาคารศาลฎีกาทิ้ง

จากกรณีข่าวการจะทุบอาคารศาลฎีกา ถนนราชดำเนินเพื่อก่อสร้างเป็นอาคารใหม่ โดยใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 3,700 ล้านบาทนั้น ทำให้ผู้คนหลายฝ่ายมีคำถามกับเหตุผลของการทุบอาคารประวัติศาสตร์หลังนี้เพื่อก่อสร้างใหม่ และความเหมาะสมของรูปแบบสถาปัตยกรรมของอาคารใหม่ในพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ และเมื่อบ่ายวันพุธที่ 3 ตุลาคม 2550 นักวิชาการจากกลุ่มต่างๆ อาทิ บางกอกฟอรั่ม อิโคโมสไทย สถาปนิก นักผังเมือง ผู้สนใจงานอนุรักษ์ นักกฎหมาย และภาคประชาชน ได้มาร่วมวงเสวนา ศิลปะสถาปัตยกรรม เรื่อง “อาคารศาลฎีกา: คุณค่าศิลปสถาปัตยกรรมของอาคารประวัติศาสตร์การยุติธรรมแห่งรัตนโกสินทร์” ที่หอศิลปะสถาปัตยกรรมพระพรหมพิจิตร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

หลากหลายมุมมองที่เป็นความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะสถาปัตยกรรม ที่เกี่ยวข้องกับอาคารศาลฎีกาที่กำลังจะถูกรื้อหลังนี้ ทั้งด้านคุณค่าประวัติศาสตร์การยุติธรรมสมัยรัตนโกสินทร์ ความสำคัญและเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรม Modern Architecture ในงานสถาปัตยกรรมของไทยในช่วงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 ที่ยังคงเหลืออยู่เพียงไม่กี่หลัง ที่หลายคนไม่เคยทราบมาก่อน

ไม่เพียงแต่เท่านั้น อาคารและพื้นที่นี้ยังมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ของศาล นับแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และการฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 100 ปีด้วย เป็นอาคารที่ก่อสร้างเป็นที่ระลึกแห่งเอกราชสมบูรณ์

ได้มีสถาปนิกผู้ที่เห็นคุณค่าทางศิลปะสถาปัตยกรรมของอาคารนี้เสนอต่อคณะ กรรมาธิการอนุรักษ์ สมาคมสถาปนิกสยาม และอาคารนี้ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 15 อาคารควรค่าแก่การอนุรักษ์ จึงเป็นที่น่าเสียดายหากจะมีการทุบอาคารนี้เพื่อสร้างใหม่ ซึ่งจะทำให้รอยต่อของเวลาส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์การยุติธรรมและ สถาปัตยกรรมอาคารศาล ที่จะหายไปจากประวัติศาสตร์ชาติ

หลายคนห่วงใยใคร่รู้ พยายามค้นหาภาพอาคารที่จะสร้างใหม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ใด

ดูเหมือนว่า จะมีภาพอาคารหลังคาทรงไทยจะมาแทนที่อาคารเดิม แต่หลายคนยังไม่แน่ใจ อยากรู้ และอยากถามไถ่ และอยากเห็นการมีส่วนร่วมที่มากขึ้น

การเสวนาได้มีข้อเสนอต่อสังคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ปรับปรุงอาคารและพื้นที่ประวัติศาสตร์ นี้ ทั้งในการที่ควรดำเนินการขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย แนวคิดการอนุรักษ์ควบคู่กับชีวิตผู้คนและการใช้ประโยชน์ การเปลี่ยนแปลงของสังคม และสร้างการเรียนรู้ โดยอาคารนี้เป็นทั้งรูปแบบและเรื่องราวที่เป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์การ ยุติธรรมในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ที่สำคัญ การเปลี่ยนแปลงปรับปรุงอาคารจึงควรต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์คุณค่าศิลปะ ประวัติศาสตร์ สังคม และคุณค่าอาคารที่เชื่อมโยงกับคุณค่าของพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์และสิ่งแวด ล้อมศิลปกรรม ซึ่งมีทั้งวัด พระบรมมหาราชวัง สนามหลวง โดยยังคงรักษารูปแบบคุณค่าเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมของอาคารศาลฎีกาไว้ การมองคุณค่างานอนุรักษ์สถาปัตยกรรม ต้องมองถึงวิวัฒนาการ เอกลักษณ์สถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ในแต่ละยุคสมัยด้วย

ได้มีผู้เสนอว่า น่าจะมีทางออกเพื่อหาทางเลือกในการปรับปรุงอาคารร่วมกัน โดยที่ยังรักษารูปแบบเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมนี้ไว้ การอนุรักษ์หรือพัฒนาใดๆ ไม่ใช่เรื่อง “สุดโต่ง” ด้านใดด้านหนึ่ง คุณค่าอาคารเก่าและการใช้ประโยชน์ใหม่ที่จำเป็นต่อการปรับปรุงอาคาร น่าจะมีความลงตัวที่พบกันได้ด้วยการมีส่วนร่วม การรับทราบเหตุและผลของการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และอยากให้มีการสื่อสารต่อสาธารณะ เพราะการอนุรักษ์อาคารศาลฎีกานี้ เป็นประเด็นของอาคารสาธารณะที่มีประวัติศาสตร์และมีคุณค่า ที่สังคมควรจะได้รับทราบและเรียนรู้

ความเห็นต่อการสื่อความหมายของศิลปะสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในสังคมไทยแต่ละยุคสมัยกับเอกลักษณ์ศิลปะสถาปัตยกรรมไทย คุณค่าและการตีความสถาปัตยกรรมในความหมาย “ความเป็นไทย” และความงามของอาคาร ยังเป็นเรื่องที่บรรดาสถาปนิก นักอนุรักษ์ มีความเห็นต่างกันไป และหลายๆคนยังมีใจและมีไฟที่คุยกันต่อในประเด็นของความงาม คุณค่าอาคาร การอนุรักษ์และการเปลี่ยนแปลงที่รักษาคุณค่าสถาปัตยกรรม หลักฐานที่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การยุติธรรมแห่งยุคสมัย

มี ข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมหลายท่านในประเด็นของ อาคารศาลฎีกากับการอนุรักษ์ เพราะศาลเป็นสถาบันทางสังคมที่ผู้คนเคารพ และอาคารศาลฎีกาเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ของชุมชน ความรักผูกพันและห่วงใยต่ออาคารมีคุณค่าที่อาจจะต้องถูกรื้อ ทุบทิ้งในไม่ช้านี้ ทำให้ผู้มาร่วมฟังและร่วมแลกเปลี่ยนมีคำถามและข้อเสนอเพื่อการมีส่วนร่วม เป็นการนำร่องสิทธิชุมชนในการมีส่วนร่วมอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมในรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ.2550 นี้ ผู้ร่วมเสวนาส่วนใหญ่มีความคิด มีพลังที่อยากเห็นการมีส่วนร่วมในการหาทางเลือกของการรักษาอาคารทรงคุณค่า นี้ไว้ การเรียนรู้คุณค่าประวัติศาสตร์ เรื่องราวของพื้นที่ ศิลปะสถาปัตยกรรม โดยตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นของศาลฎีกาที่ต้องมีอาคารสำหรับการ ปฏิบัติหน้าที่ที่เหมาะสม ไปพร้อมกับการปรับปรุงอาคารและพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีความผูกพันทางจิตใจ กับผู้คนในประวัติศาสตร์การยุติธรรม ประวัติศาสตร์ชุมชน ประวัติศาสตร์ของชาติ และการอนุรักษ์ที่ต้องรักษาคุณค่าศิลปะ สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ในทุกช่วงสมัย

จากการเสวนาเรื่องศิลปะสถาปัตยกรรมของอาคารศาลฎีกา มาสู่พลังพลเมืองที่เห็นคุณค่าอาคารศาลฎีกา และอยากเห็นการมีส่วนร่วมอนุรักษ์อาคารนี้ไว้เป็นอาคารประวัติศาสตร์สำหรับ ชุมชน อาคารศาลฎีกาที่เป็นสถาบันเพื่อความยุติธรรมสำหรับประชาชน มีข้อเสนอการขับเคลื่อนต่อสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดต่อการอนุรักษ์อาคาร ศาลฎีกา ขยายวงความรู้ ความคิดที่มีมุมมองที่แตกต่างและหลากหลายมากขึ้น ให้เกิดการเรียนรู้มากขึ้น ก่อนนำไปสู่การหาทางเลือกและการตัดสินใจ

เมื่อนั้น อาจจะเห็นทางเลือกและคำตอบที่งดงามจากการมีส่วนร่วม และความเข้าใจต่อกัน

สัญลักษณ์ของความยุติธรรมมิได้มีเพียงแค่คำตัดสิน

แต่ยังรวมสัญลักษณ์ทางศิลปะ ที่สะท้อนถึงความมั่นคงและหลักการแห่งความเที่ยงธรรม อาคารศาลฎีกา จึงมิใช่เป็นเพียงอาคารเก่าธรรมดา แต่มีคุณค่าทั้งศิลปะ สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์การยุติธรรม

ประวัติศาสตร์ มิใช่เป็นของคนหนึ่งคนใด
ประวัติศาสตร์ศาลสถิตยุติธรรม เป็นประวัติศาสตร์ของชาติ ประชาชน และชุมชน

โปรดอย่าทุบทิ้งอาคารศาล โดยไม่ถามประชาชน

10/25/2009 - Posted by | บทความ | ,

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: